ความเสี่ยงที่แท้จริงในธุรกิจ MLM, ข้อดี-ข้อเสียการทำธุรกิจเอ็มแอลเอ็ม ธุรกิจเครือข่าย, โดนล้างสมองจากการเข้าประชุมในธุรกิจ MLM, โดนเขาใช้จิตวิทยาหมู่, เหยื่อของจิตวิทยาหมู่ เพราะเข้า Center

Posted: กุมภาพันธ์ 8, 2010 in ความเสี่ยงในธุรกิจ MLM
ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

บทความทั้งหมดในเว็บนี้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้น

———————————————————————

ข้อความข้างล่างนี้ เขียนเมื่อ 01 ส.ค. 2551

———————————————————————

ความเสี่ยงที่แท้จริงในธุรกิจ MLM

+++++  มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ยิ่งมีข้อดีมาก-ผลตอบแทนมาก ข้อเสียยิ่งต้องมีมากและกว้างขวาง  แต่ข้อเสียเหล่านี้ ใครละ จะออกมาพูดหน้าเวที ให้ตัวเองสูญเสียลูกค้าหรือขาดรายได้ไป พี่เลยขอเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นคนหนึ่งที่บอกถึง “ข้อเสียของธุรกิจนี้ เมื่อน้องๆต้องเลิกทำธุรกิจนี้ไป”
จุดประสงค์ที่พี่เขียนบทความนี้ขึ้นมา คือ เพื่อเตือนรุ่นน้องนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่หรือกำลังจะจบการศึกษาว่า “พี่เดินทางนี้มาแล้วไม่สำเร็จ ทั้งๆที่พี่เป็นคนฉลาด เรียนเก่ง ทำงานคล่องแคล่ว มีเพื่อนเยอะ มีความมั่นใจสูง แถมด้วยผู้นำระดับสูงในธุรกิจนี้หลายคนชมพี่ด้วยความมั่นใจว่า “พี่ทำงานในธุรกิจนี้ได้ดี (เช่น สาธิตสินค้า พูดแผนการตลาด เป็นพิธีกร แนะนำธุรกิจแก่คนใหม่ เป็นต้น) และสามารถทำธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จระดับสูงได้” พี่เลยยิ่งตั้งใจทำธุรกิจนี้มาก แต่กระนั้นพี่ก็ทำธุรกิจนี้ไม่สำเร็จ เพราะตัวพี่เองขาดประสบการณ์ชีวิต ไม่ทันกับคำชมที่หลอกล่อให้เราทำงาน และที่สำคัญ ขาดความคิดเผื่อหนทางที่จะล้มเหลว สิ่งที่พี่อยากจะบอก คือ ความเสี่ยงที่แท้จริงของธุรกิจนี้ พี่ต้องเสียอะไรไปบ้าง เมื่อพี่ไม่คิดเผื่อหนทางที่จะล้มเหลว พี่ต้องเสียอนาคตที่สดใส เสียโอกาสมีงานทำในงานประจำซึ่งเป็นอาชีพที่มั่นคง เสียเวลาและความรู้ที่ได้เรียนมา  เสียโอกาสในการเรียนต่อระดับสูง เสียความมั่นใจในการดำรงชีวิต เสียเพื่อนๆที่รู้จัก เสียโอกาสและหนทางชีวิตทางอื่นๆ

+++++ “เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด” พี่จึงมาเล่าชีวิตและประสบการณ์ของพี่ให้น้องๆได้รับรู้ เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่ง เพราะว่า คนที่ทำธุรกิจนี้  เขาเคยออกมายืนหน้าเวทีแล้วบอกว่า

“ถ้าคุณทำไม่สำเร็จแล้ว จะเสียอะไรบ้าง” หรือเปล่า

————————————————

ผู้นำระดับสูงบอกว่า

+++++ ธุรกิจนี้จะช่วยสร้างคน พัฒนาคนให้เป็นผู้นำ นี่แสดงให้เห็นว่า วัตถุดิบของธุรกิจนี้ คือ คน

+++++ แต่หากเมื่อคนเหล่านี้ ไม่ได้เป็นวัตถุดิบชิ้นเอกที่สามารถหาลูกค้าต่อๆไปได้ล่ะ คำกล่าวที่ว่า “เราจะช่วยคุณให้ประสบความสำเร็จก่อน  แล้วเราจะประสบความสำเร็จตาม” จะยังเป็นความจริงอยู่หรือ

+++++ ผู้นำระดับสูง เขาเคยคิดบ้างไหมว่า “คนที่ต้องเลิกทำธุรกิจนี้ไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุอันใดก็ตาม ชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่เลิกทำธุรกิจนี้ไปจะเป็นอย่างไร”  หรือเขาเพียงคิดว่า  ต้องหาคนใหม่เข้ามาในระบบ เพื่อมาเป็นวัตถุดิบทดแทนคนเก่าที่เลิกทำธุรกิจนี้ไป ระบบนี้มีวัตถุดิบ คือ คน หากวัตถุดิบนั้น  ไม่สามารถเป็นวัตถุดิบชิ้นเอกที่สามารถทำงานจนประสบความสำเร็จไปได้ละ  เขาก็แค่เปลี่ยนวัตถุดิบ เปลี่ยนคนใหม่เท่านั้นเอง โดยทอดทิ้งเราไป นี่แสดงให้เห็นว่า มันคือการทำลายอนาคตและความหวังของคน โดยใช้ความหวังล่อให้ทำงาน  แต่เมื่อเข้ามาทำงานไประยะหนึ่ง  แล้วไม่สามารถทำงานจนประสบความสำเร็จได้  ก็แค่ใช้ความหวัง รางวัล รายได้ไปหลอกล่อคนใหม่เข้ามาสู่ธุรกิจเท่านั้นเอง ดังนั้นผู้นำคนนั้นจึงมีรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่อง

+++++ เปรียบเทียบกับระบบงานอื่น  หากต้องการเลิกจ้างพนักงาน สังคมก็มีกฎหมายรองรับผู้ถูกเลิกจ้างให้ได้รับผลประโยชน์ต่างๆ มีการพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นต้น แต่ในธุรกิจ MLM นี้ หากผู้ร่วมทำธุรกิจไม่มีความสามารถเหมาะสม ก็เพียงไม่ใส่ใจเขาและหาคนใหม่มาทำงานแทน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย ช่างเป็นธุรกิจที่ทำลายคนอย่างแท้จริง

————————————————

หลังจากที่พี่เลิกทำธุรกิจนี้

+++++ พี่ได้คุยกับเพื่อนๆ (เมื่อ มิ.ย. 2551) ที่ทำงานประจำ และคุยกับเพื่อนๆบางคนที่เรียนจบปริญญาโท-เอก พี่ได้เห็นรูปเพื่อนๆเหล่านี่ใน Hi5 พี่พบว่า “เพื่อนแต่ละคนมีงานประจำทำที่มั่นคง  ไม่ว่าจะเป็นงานราชการหรือเอกชน  มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี  บางคนการงานก้าวหน้าบริษัทหรือทางราชการส่งไปดูงาน ไปทำงานที่เมืองนอก  มีรายได้ที่ดี บางคนมีเงินเก็บจากงานประจำ ไปเปิดกิจการส่วนตัวก็มี บางคนทำงานราชการสักระยะหนึ่ง แล้วมีโอกาสไปทำงานต่อกับบริษัทเอกชนชั้นนำที่เมืองนอก พี่ย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองว่า “หากตนเองเรียนต่อระดับปริญญาโท ตนเองคงมีอนาคตและมีอาชีพการงานที่ดีแล้ว ไม่ต้องเป็นคนตกงานไร้อาชีพและหมดอนาคตเหมือนในตอนนี้”

ดังนั้นพี่ขอเน้นว่า (เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากการทำธุรกิจ MLM นี้)

1. หากน้องมีเงิน ให้เก็บไว้ลงทุนเรียนต่อดีกว่าเอาเงินไปเป็นค่าเข้าประชุมหรือแรลลี่ต่างๆ

2. เวลาที่มี นำไปใช้พัฒนาความรู้ด้านการศึกษาดีกว่าเอาเวลาไปเปิดเทปผู้นำฟัง

3. เวลาและเงินที่มี เอาไว้หาความรู้ด้านอื่นๆ หรือเอาไว้ลงทุนทำธุรกิจอื่นๆก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรวยด้วยธุรกิจนี้

4. อย่าไปเชื่อ อย่าไปฟังและอย่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนทำธุรกิจนี้มาก เพราะเขาเหมือนเป็นเมฆก้อนโตมาปิดบังหนทางชีวิตทางอื่น ที่เราอาจจะประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

ใครก็ตามที่ไม่มีประโยชน์สำหรับเขาแล้ว เขาจะคบไว้ทำไมให้เสียเวลา

พี่เป็นคนหนึ่งที่ถูกเขาทอดทิ้ง

————————————————

คำเตือนสุดท้าย

+++++ พี่อยากเตือนว่า ถ้าใครได้เข้าไปสนิทสนมกับกลุ่มคนในธุรกิจนี้แล้ว ก็จะถูกล้างสมอง จะถูกกระตุ้นว่า ตนเองทำได้ ประสบความสำเร็จระดับสูงได้ ถ้าโลภมาก  คนๆนั้นก็จะลุยทำธุรกิจนี้อย่างบ้าคลั่ง โดยที่ไม่เผื่อหนทางที่จะล้มเหลว หรือโดยไม่คิดถึงความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นได้

อย่างเช่นตัวพี่

———————————————————————

+++++ หากท่านใดมีประสบการณ์ชีวิตจากธุรกิจ MLM ขออย่าได้เก็บไว้ ได้โปรด บอกเล่าประสบการณ์ชีวิตให้ผู้อื่นได้รับรู้รับทราบ เพื่อเป็นข้อคิด ข้อเตือนใจ เป็นอุทาหรณ์ ไม่ให้ “หลง”เดินตามทางซึ่งจะนำมาซึ่งความล้มเหลวของชีวิต เพราะการให้คำแนะนำ นี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ มีค่าเหมือนได้ช่วยชีวิตคน ให้รอดพ้นจากทางอันตรายหรือหลุมพรางที่กำลังจะเดินไป

+++++ สำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครองท่านใดที่มีลูกหลานกำลังบ้าคลั่งทำธุรกิจ MLM นี้อยู่ ขอความกรุณาโปรดนำบทความนี้ พิมพ์ให้ลูกของท่านได้อ่าน ไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้น

———————————————————————

ความเห็น
  1. มั่วจริงๆ พูดว่า:

    มันก็ ไม่ทั้งหมดนะครับ

  2. รักลูก พูดว่า:

    ขอบคุณจริงๆครับผมเองเปิดร้านซ่อมมือถือจำหน่ายอุปกรณ์อยู่รายได้ก็ดีอยู่แล้วพอเลี้ยงครอบครัวเกือบพลาดไปกับธุรกิจขายฝัน พอเพียงและขยันยังไงก็รวยได้มั่นคงของจริง